02-8941919
@rdc.dental .
RDC ศูนย์ทันตกรรมพระราม 2

test2

หมวดหมู่: งานทันตกรรม

 ทันตกรรมทั่วไป ( General Dentistry )

 

ดูแลสุขภาพช่องปากอย่างครบวงจร

         ทันตกรรมแบบทั่วไป หมายถึง การดูแลสุขภาพช่องปากและฟันเบื้องต้นที่ทุกคนควรทำเป็นประจำ โดยรวมไปถึงการรักษาปัญหาฟันที่พบบ่อย เพื่อป้องกันโรคทางทันตกรรมและรักษาสุขภาพช่องปากให้แข็งแรง

การตรวจสุขภาพฟันทั่วไป (Dental Diagnoses)

       การตรวจสุขภาพฟันทั่วไปเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการรักษาสุขภาพช่องปากที่ดี ทันตแพทย์จะทำการตรวจสอบสภาพฟัน เหงือก และเนื้อเยื่ออ่อนอื่นๆ ในช่องปากของคุณเพื่อหาปัญหาใดๆ ที่อาจเกิดขึ้น

บริการทันตกรรมแบบทั่วไปที่พบบ่อย :

  • ตรวจฟัน : ทันตแพทย์จะซักถามประวัติการรักษา ตรวจสุขภาพช่องปากโดยละเอียด ดูแลสุขภาพฟันและเหงือก

  • ขูดหินปูน : ขจัดคราบหินปูน แบคทีเรีย และคราบพลัคที่เกาะตามผิวฟันและร่องเหงือก ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคเหงือกอักเสบ ฟันผุ และกลิ่นปาก

  • ขัดฟัน : ขัดเงาผิวฟันเพื่อขจัดคราบเหลือง ช่วยให้ฟันขาวสะอาด

  • อุดฟัน : อุดช่องโหว่บนฟันที่เกิดจากฟันผุ

  • เคลือบฟลูออไรด์ : เสริมสร้างความแข็งแรงให้กับฟัน ป้องกันฟันผุ

ประโยชน์ของการทำทันตกรรมแบบทั่วไป :

  • รักษาสุขภาพช่องปากให้แข็งแรง

  • ป้องกันโรคทางทันตกรรม เช่น โรคเหงือกอักเสบ ฟันผุ

  • ช่วยให้ฟันขาวสะอาด ลดกลิ่นปาก

  • เพิ่มความมั่นใจในการยิ้มและพูดคุย

 

 ใครควรทำทันตกรรมแบบทั่วไป :
  • ทุกคนควรตรวจฟัน ขูดหินปูน และขัดฟันอย่างน้อยปีละ 1-2 ครั้ง
  • ผู้ที่มีปัญหาฟันผุ เหงือกอักเสบ หรือมีคราบหินปูนสะสม
  • ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อโรคทางทันตกรรม เช่น ผู้สูบบุหรี่ ผู้ที่มีโรคประจำตัว
ขั้นตอนการทำทันตกรรมแบบทั่วไป :

1.ทันตแพทย์จะซักถามประวัติการรักษา ตรวจสุขภาพช่องปากโดยละเอียด

2.ขูดหินปูนและขัดฟัน

3.ทันตแพทย์จะตรวจดูว่ามีฟันผุหรือไม่

4.กรณีมีฟันผุ ทันตแพทย์จะทำการอุดฟัน

5.ทันตแพทย์อาจแนะนำให้เคลือบฟลูออไรด์

 

 

การดูแลหลังทำทันตกรรม :

  • แปรงฟันอย่างสม่ำเสมอ เช้า-เย็น
  • ใช้ไหมขัดฟันทุกวัน
  • บ้วนปากด้วยน้ำยาบ้วนปากที่มีฟลูออไรด์
  • ทานอาหารที่มีประโยชน์ หลีกเลี่ยงอาหารหวานจัด
  • พบแพทย์เพื่อตรวจฟัน ขูดหินปูน และขัดฟันเป็นประจำ

         การตรวจสุขภาพฟันเป็นประจำเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการรักษาสุขภาพช่องปากที่ดี หากคุณมีคำถามหรือข้อกังวลใดๆ โปรดปรึกษาทันตแพทย์ของคุ

 

การขูดหินปูนและขัดฟัน (Scaling & Polishing)

           การขูดหินปูนและขัดฟัน (Scaling & Polishing) เป็นวิธีการทำความสะอาดฟันแบบมืออาชีพที่ช่วยขจัดคราบหินปูน คราบพลัค และแบคทีเรียออกจากฟันและบริเวณใต้เหงือก ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของโรคเหงือกอักเสบ ฟันผุ และกลิ่นปาก

 

 

ขั้นตอนการทำ

1.ตรวจสุขภาพช่องปาก : ทันตแพทย์จะซักถามประวัติการรักษา ตรวจสุขภาพช่องปากโดยละเอียด ดูแลสุขภาพฟันและเหงือก

2.ขูดหินปูน : ทันตแพทย์จะใช้เครื่องมือขูดหินปูน (Scaler) ขจัดคราบหินปูนออกจากฟันทั้งด้านบนและด้านล่าง 

3.ขัดฟัน : ทันตแพทย์จะใช้เครื่องมือขัดฟัน (Polisher) ขัดเงาผิวฟันเพื่อขจัดคราบพลัค คราบชา และคราบกาแฟ ช่วยให้ฟันสะอาดขึ้น

 

 

ระยะเวลา

        การขูดหินปูนและขัดฟันใช้เวลาประมาณ 30-60 นาที ขึ้นอยู่กับปริมาณคราบหินปูน

ความรู้สึก

       โดยทั่วไปแล้ว การขูดหินปูนและขัดฟันบางครั้งอาจจะเจ็บบ้าง หรือบางคนอาจรู้สึกเสียวฟันเล็กน้อย ทันตแพทย์อาจทายาชาเฉพาะที่เพื่อลดอาการเสียวฟัน

หลังการรักษา

       หลังการขูดหินปูนและขัดฟัน อาจรู้สึกเสียวฟันหรือเหงือกบวมเล็กน้อย อาการเหล่านี้มักจะหายไปภายใน 1-2 วัน

การดูแลหลังการรักษา

  • แปรงฟันอย่างสม่ำเสมอ เช้า-เย็น
  • ใช้ไหมขัดฟันทุกวัน
  • บ้วนปากด้วยน้ำยาบ้วนปากที่มีฟลูออไรด์
  • ทานอาหารที่มีประโยชน์ หลีกเลี่ยงอาหารหวานจัด
  • พบแพทย์เพื่อตรวจฟัน ขูดหินปูน และขัดฟันเป็นประจำ
 

ข้อดี

  • ขจัดคราบหินปูน คราบพลัค และแบคทีเรีย
  • ป้องกันโรคเหงือกอักเสบ ฟันผุ และกลิ่นปาก
  • ช่วยให้ฟันขาวสะอาด
  • เพิ่มความมั่นใจในการยิ้ม

ข้อเสีย

  • อาจรู้สึกเสียวฟันหรือเหงือกบวมเล็กน้อยหลังการรักษา
  • บางคนอาจแพ้ยาชาเฉพาะที่

ใครควรทำการขูดหินปูนและขัดฟัน

  • ทุกคนควรตรวจฟัน ขูดหินปูน และขัดฟันอย่างน้อยปีละ 1-2 ครั้ง
  • ผู้ที่มีปัญหาฟันผุ เหงือกอักเสบ หรือมีคราบหินปูนสะสม
  • ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อโรคทางทันตกรรม เช่น ผู้สูบบุหรี่ ผู้ที่มีโรคประจำตัว

  

 

         

    การขูดหินปูนและขัดฟันเป็นวิธีการทำความสะอาดฟันที่มีประสิทธิภาพ ช่วยป้องกันโรคทางทันตกรรมและรักษาสุขภาพช่องปากให้แข็งแรง แนะนำให้ทุกคนพบทันตแพทย์เพื่อตรวจฟันและรับคำปรึกษา 

 

การอุดฟัน (Dental Fillings)

       การอุดฟันเป็นวิธีการรักษาฟันผุที่พบบ่อย โดยทันตแพทย์จะใช้วัสดุอุดฟันเพื่อเติมเต็มส่วนที่สึกหรอหรือเสียหายของฟัน ช่วยป้องกันไม่ให้ฟันผุลุกลามและรักษาฟังก์ชันการใช้งานของฟัน

 

วัสดุอุดฟัน

       มีวัสดุอุดฟันหลายประเภทที่ใช้กันทั่วไป แต่ละประเภทมีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันไป ทันตแพทย์จะเลือกวัสดุอุดฟันที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับตำแหน่ง ขนาด และความลึกของฟันผุ

 

 
  • อุดฟันแบบอมัลกัม : วัสดุอุดฟันแบบดั้งเดิม มีราคาไม่แพง ทนทาน แต่สีไม่เหมือนฟันธรรมชาติ
 
  • อุดฟันแบบเรซินคอมโพสิต : วัสดุอุดฟันสีเหมือนฟันธรรมชาติ สวยงาม แต่ราคาค่อนข้างแพงกว่าอุดฟันแบบอมัลกัม

 

 

ขั้นตอนการอุดฟัน

 1.การตรวจ : ทันตแพทย์จะตรวจสุขภาพช่องปากโดยละเอียด ประเมินความรุนแรงของฟันผุ

 2.การฉีดยาชา : ทันตแพทย์จะฉีดยาชาเฉพาะที่เพื่อลดอาการเจ็บปวด

 3.การเตรียมโพรงฟัน : ทันตแพทย์จะใช้เครื่องมือกรอฟันผุออกจนหมด

 4.การใส่ยารองพื้น : ทันตแพทย์อาจใส่ยารองพื้นเพื่อปกป้องเนื้อฟัน

 5.การใส่วัสดุอุดฟัน : ทันตแพทย์จะใส่และปรับแต่งวัสดุอุดฟันให้เข้ากับรูปร่างและสีของฟัน

 6.การขัดเงา : ทันตแพทย์จะขัดเงาฟันที่อุดเพื่อความเรียบร้อย

ระยะเวลา

       การอุดฟันใช้เวลาประมาณ 30-60 นาที ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของการรักษา

ความรู้สึก

      โดยทั่วไปแล้ว การอุดฟันจะไม่เจ็บ แต่บางคนอาจรู้สึกเสียวฟันเล็กน้อย

หลังการรักษา

      หลังการอุดฟัน อาจรู้สึกเสียวฟันหรือไวต่ออุณหภูมิ ซึ่งอาการเหล่านี้มักจะหายไปภายใน 1-2 วัน 

 การดูแลหลังการรักษา
  • แปรงฟันอย่างสม่ำเสมอ เช้า-เย็น
  • ใช้ไหมขัดฟันทุกวัน
  • บ้วนปากด้วยน้ำยาบ้วนปากที่มีฟลูออไรด์
  • ทานอาหารที่มีประโยชน์ หลีกเลี่ยงอาหารหวานจัด
  • พบแพทย์เพื่อตรวจฟันและรับคำปรึกษาเป็นประจำ
ข้อดี
  • ป้องกันไม่ให้ฟันผุลุกลาม
  • รักษาฟังก์ชันการใช้งานของฟัน
  • ช่วยให้เคี้ยวอาหารได้สะดวก
  • ฟันสวยงาม
ข้อเสีย
  • อาจรู้สึกเสียวฟันหรือไวต่ออุณหภูมิหลังการรักษา
  • วัสดุอุดฟันบางชนิดอาจเสื่อมสภาพหรือหลุดลอกได้ตามกาลเวลา
ใครควรทำการอุดฟัน
  • ผู้ที่มีฟันผุ
  • ผู้ที่มีฟันแตก บิ่น หรือร้าว
  • ผู้ที่มีฟันสึกกร่อน

 

 

                   

          ***  การอุดฟันเป็นวิธีการรักษาฟันผุที่มีประสิทธิภาพ ช่วยป้องกันฟันผุลุกลามและรักษาฟังก์ชันการใช้งานของฟัน แนะนำให้ทุกคนพบทันตแพทย์เพื่อตรวจฟันและรับคำปรึกษา 

 

ดูราคา < ทันตกรรมทั่วไป >ได้ ...ที่นี่

ราคาทันตกรรมทั่วไป

 

 

 

 

 

เคลือบฟลูออไรด์

   ป้องกันฟันผุ เสริมสร้างฟันให้แข็งแรง

       การเคลือบฟลูออไรด์เป็นวิธีการป้องกันฟันผุที่ได้ผลดี โดยทันตแพทย์จะทาฟลูออไรด์เข้มข้นลงบนผิวฟัน ซึ่งช่วยเสริมสร้างแร่ธาตุให้กับฟัน ช่วยให้ฟันแข็งแรง ทนทานต่อกรดจากแบคทีเรีย และป้องกันไม่ให้ฟันผุ

 

 

ประโยชน์ของการเคลือบฟลูออไรด์

  • ป้องกันฟันผุ เสริมสร้างฟันให้แข็งแรง
  • ลดความเสี่ยงต่อฟันผุซ้ำ
  • ฟื้นฟูฟันที่เริ่มสึกกร่อน
  • ช่วยให้ฟันขาวขึ้น
  • เหมาะสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ทุกวัย

ขั้นตอนการเคลือบฟลูออไรด์

   1.ทำความสะอาดฟัน : ทันตแพทย์จะทำความสะอาดฟันและขัดฟันเพื่อขจัดคราบพลัคและคราบหินปูน

   2.ทาฟลูออไรด์ : ทันตแพทย์จะทาฟลูออไรด์เจลหรือวานิชลงบนผิวฟัน

   3.รอระยะเวลา ทันตแพทย์จะให้นั่งรอประมาณ 1 นาที เพื่อให้ฟลูออไรด์ซึมเข้าสู่เนื้อฟัน

 

ระยะเวลา

   การเคลือบฟลูออไรด์ใช้เวลาประมาณ 10-15 นาที

ความรู้สึก

   การเคลือบฟลูอไรด์จะไม่เจ็บ แต่บางคนอาจรู้สึกเสียวฟันเล็กน้อยหลังการรักษา

หลังการรักษา

  • หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มเป็นเวลา 30 นาที
  • แปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันเป็นประจำ
  • พบแพทย์เพื่อตรวจฟันและเคลือบฟลูออไรด์เป็นประจำ
  ข้อดี
  • ปลอดภัย มีประสิทธิภาพ
  • ใช้เวลารวดเร็ว
  • เหมาะสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ทุกวัย

ข้อเสีย

  • อาจรู้สึกเสียวฟันเล็กน้อยหลังการรักษา
  • ไม่ควรทำบ่อยเกินไป เพราะอาจทำให้ฟันเกิดสีขาวขุ่น

ใครควรทำการเคลือบฟลูออไรด์

  • เด็กที่มีฟันน้ำนมหรือฟันแท้ขึ้นใหม่
  • ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อฟันผุสูง เช่น ผู้ที่มีปัญหาฟันเรียงไม่สวย ผู้ที่มีโรคประจำตัว ผู้สูงอายุ
  • ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูฟันที่เริ่มสึกกร่อน
  • ผู้ที่ต้องการฟันขาวขึ้น

 

         การเคลือบฟลูออไรด์เป็นวิธีการป้องกันฟันผุที่มีประสิทธิภาพ ช่วยให้ฟันแข็งแรง เหมาะสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ทุกวัย แนะนำให้ทุกคนพบทันตแพทย์เพื่อตรวจฟันและรับคำปรึกษา

นอกจากการเคลือบฟลูออไรด์แล้ว ยังมีวิธีอื่นๆ ในการป้องกันฟันผุ เช่น :

  • แปรงฟันอย่างสม่ำเสมอ เช้า-เย็น
  • ใช้ไหมขัดฟันทุกวัน
  • บ้วนปากด้วยน้ำยาบ้วนปากที่มีฟลูออไรด์
  • ทานอาหารที่มีประโยชน์ หลีกเลี่ยงอาหารหวานจัด
  • พบแพทย์เพื่อตรวจฟันและรับคำปรึกษาเป็นประจำ

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับทันตกรรมทั่วไป

 

1.การตรวจสุขภาพฟันทั่วไปควรทำบ่อยแค่ไหน?

       แนะนำให้พบทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพฟันและรับคำปรึกษาอย่างน้อยปีละ 1-2 ครั้ง

2.การขูดหินปูนและขัดฟันใช้เวลานานแค่ไหน?

       การขูดหินปูนและขัดฟันใช้เวลาประมาณ 30-60 นาที ขึ้นอยู่กับปริมาณคราบหินปูนและความซับซ้อนของการรักษา

3.รู้สึกเจ็บหรือไม่เมื่อทำการขูดหินปูนและขัดฟัน?

       โดยทั่วไปแล้ว การขูดหินปูนและขัดฟันจะไม่เจ็บ แต่บางคนอาจรู้สึกเสียวฟันเล็กน้อย ทันตแพทย์อาจทายาชาเฉพาะที่เพื่อลดอาการเสียวฟัน

4.วัสดุอุดฟันมีประเภทใดบ้าง?

       มีวัสดุอุดฟันหลายประเภทที่ใช้กันทั่วไป แต่ละประเภทมีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันไป ทันตแพทย์จะเลือกวัสดุอุดฟันที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับตำแหน่ง ขนาด และความลึกของฟันผุ 

5.การอุดฟันใช้เวลานานแค่ไหน?

       การอุดฟันใช้เวลาประมาณ 30-60 นาที ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของการรักษา

 

 

   

   

    6.รู้สึกเจ็บหรือไม่เมื่อทำการอุดฟัน?

          โดยทั่วไปแล้ว การอุดฟันจะไม่เจ็บ เพราะทันตแพทย์จะฉีดยาชาเฉพาะที่เพื่อลดอาการปวดแต่บางคนอาจรู้สึกเสียวฟันเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ ดังนี้

  • ตำแหน่งของฟันผุ: ฟันผุที่อยู่ใกล้กับเส้นประสาทฟัน มักจะรู้สึกเสียวฟันมากกว่าฟันผุที่อยู่ไกล
  • ความลึกของฟันผุ: ฟันผุที่ลึก มักจะรู้สึกเสียวฟันมากกว่าฟันผุที่ตื้น
  • เทคนิคการฉีดยาชา: ทันตแพทย์ที่มีทักษะดี ฉีดยาชาได้แม่นยำ มักจะทำให้รู้สึกเจ็บน้อย
  • ความไวต่อความเจ็บปวด: บุคคลที่มีความไวต่อความเจ็บปวด มักจะรู้สึกเสียวฟันมากกว่าบุคคลทั่วไป

    7.การเคลือบฟลูออไรด์ใช้เวลานานแค่ไหน?

        การเคลือบฟลูออไรด์ใช้เวลาประมาณ 10-15 นาที

    8.รู้สึกเจ็บหรือไม่เมื่อทำการเคลือบฟลูออไรด์?

        การเคลือบฟลูออไรด์จะไม่เจ็บ แต่บางคนอาจรู้สึกเสียวฟันเล็กน้อยหลังการรักษา

   9.มีข้อเสียอะไรบ้างสำหรับการเคลือบฟลูออไรด์?

  • อาจรู้สึกเสียวฟันเล็กน้อยหลังการรักษา
  • ไม่ควรทำบ่อยเกินไป เพราะอาจทำให้ฟันเกิดสีขาวขุ่น

  10.เด็กเล็กสามารถทำการเคลือบฟลูออไรด์ได้หรือไม่?

         เด็กเล็กสามารถทำการเคลือบฟลูออไรด์ได้ การเคลือบฟลูออไรด์เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันฟันผุในเด็ก ช่วยให้เด็กมีฟันที่แข็งแรง สุขภาพดี

 

02 เมษายน 2568

ผู้ชม 19 ครั้ง

Engine by shopup.com