02-8941919
@rdc.dental .
RDC ศูนย์ทันตกรรมพระราม 2

ทันตกรรมสำหรับเด็ก

หมวดหมู่: งานทันตกรรม

ทันตกรรมสำหรับเด็ก ( Pediatric Dentistry )

 

         มาทำความรู้จักกับหมอฟันเด็กกันเถอะ!

         ทันตแพทย์สำหรับเด็ก คือ ผู้เชี่ยวชาญด้านทันตกรรมที่มุ่งเน้นไปที่การดูแลสุขภาพช่องปากของเด็กตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ 12 ปี หรือจนกว่าจะผ่านวัยรุ่น 15 ปี พวกเขามีความรู้และทักษะเฉพาะทางในการรักษาเด็ก เข้าใจพัฒนาการทางร่างกายและจิตใจของเด็ก รวมไปถึงวิธีการสื่อสารและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเด็ก ซึ่งจะช่วยให้เด็กๆ รู้สึกผ่อนคลายและไม่กลัวการทำฟัน

 ทำไมเด็กต้องพบทันตแพทย์เด็ก?

  • ฟันของเด็กมีความแตกต่างจากฟันผู้ใหญ่ : ฟันน้ำนมของเด็กมีขนาดเล็กและบอบบางกว่าฟันแท้ และมีแนวโน้มที่จะฟันผุได้ง่ายกว่า ดังนั้น เด็กจึงต้องการการดูแลเป็นพิเศษจากทันตแพทย์ที่เข้าใจพัฒนาการของฟันเด็ก
  • ทันตแพทย์เด็กมีทักษะพิเศษในการรักษาเด็ก : พวกเขาสามารถสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายและสนุกสนานสำหรับเด็ก ช่วยให้เด็กไม่กลัวการทำฟัน และสามารถสื่อสารกับเด็กได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ทันตแพทย์เด็กสามารถให้คำแนะนำแก่ผู้ปกครอง : เกี่ยวกับวิธีดูแลสุขภาพช่องปากของเด็ก เช่น วิธีแปรงฟัน การใช้ไหมขัดฟัน และการเลือกรับประทานอาหาร

 บริการหลักๆ ของทันตกรรมเด็ก ประกอบไปด้วย:

 การตรวจสุขภาพช่องปาก : จะมีการให้คำปรึกษา สอนวิธีการดูแล และป้องกันฟันผุ ซึ่งเป็นการตรวจสุขภาพช่องปาก ไปจนถึงพัฒนาการและแนวโน้มการเจริญเติบโตของฟันของเด็กตั้งแต่แรกเกิด รวมถึงประเมินความเสี่ยงในการเกิดฟันในเด็กแต่ละคน ตรวจหาฟันผุ โรคเหงือก ปัญหาการสบฟัน และความผิดปกติอื่นๆ ในช่องปาก และสอนเรื่องโภชนาการที่ดีให้กับเด็กๆและผู้ปกครอง เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาฟันผุขึ้นในอนาคต
  • การให้คำปรึกษาและแนะนำ : เกี่ยวกับวิธีแปรงฟัน การใช้ไหมขัดฟัน การเลือกรับประทานอาหาร และการดูแลสุขภาพช่องปากที่ดี เพื่อการดูแลรักษาสุขภาพช่องปาก เช่น การทำความสะอาดฟัน การเลือกใช้ยาสีฟัน การใช้ไหมขัดฟัน พฤติกรรม และชนิดของอาหารและขนมที่เหมาะสมกับเด็กๆ เป็นต้น
  •  การอุดฟัน : รักษาฟันผุทั้งฟันน้ำนมและฟันแท้ โดยหมอฟันเด็กบูรณะฟันด้วยการใช้วัสดุทดแทนเนื้อฟันที่ผุจนกลายเป็นรู ให้กลับมาแข็งแรงเหมือนเดิม ดังนั้นควรพาเด็กๆมาพบหมอฟันเด็กเป็นประจำ เพื่อให้เจอฟันผุตั้งแต่เริ่มต้น ตั้งแต่ยังไม่มีอาการปวดฟัน ขั้นตอนการอุดฟันจะได้ไม่ยากและมีโอกาสได้รับความร่วมมือที่ดีจากเด็ก
 

 

 

 

  • การรักษารากฟัน : รักษาฟันน้ำนมหรือฟันแท้ที่มีปัญหาเนื้อฟันตาย เป็นการรักษารากฟันของซี่ที่ผุลึกถึงโพรงประสาท ซึ่งมักจะมีอาการปวด บวม แต่ในเด็กๆบางคนก็อาจจะไม่มีอาการปวด เพื่อรักษาฟันน้ำนมซี่นั้นไว้รอจนกว่าฟันแท้จะขึ้นมา ซึ่งการรักษาฟันน้ำนมไว้นั้นนอกจากจะช่วยลดความเจ็บปวดของเด็กๆแล้ว จะช่วยให้ฟันแท้ที่จะขึ้นมาแทนที่เรียงเป็นระเบียบตามธรรมชาติอีกด้วย
  • การถอนฟัน : ถอนฟันน้ำนมหรือฟันแท้ที่จำเป็นต้องถอน เป็นวิธีการสุดท้ายที่หมอฟันเด็กจะนำมาใช้ในการรักษา เมื่อไม่สามารถใช้วิธีการอื่นใดในการรักษาฟันได้แล้ว โดยหมอฟันเด็กจะพิจารณาว่าฟันน้ำนมซี่นั้นยังเก็บไว้ได้หรือไม่ เช่น ฟันผุไปจนถึงโพรงประสาทไม่สามารถรักษารากฟันได้ มีการติดเชื้อขนาดใหญ่ไปใกล้กับหน่อฟันแท้ มีอาการบวมบริเวณใบหน้า หรือในกรณีที่ฟันแท้งอกแต่ฟันน้ำนมยังไม่หลุดออกไป
  • การเคลือบฟลูออไรด์ : ป้องกันฟันผุ เป็นการทำฟันเด็กที่ง่ายที่สุด รวมถึงไม่มีความเจ็บปวดใดๆ เป็นการป้องกันและเหมาะสำหรับเป็นการรักษาในการมาพบหมอฟันครั้งแรก โดยขั้นตอนจะเป็นการแนะนำเครื่องมือทำฟัน เช่น เครื่องกรอขัดฟัน ที่ดูดน้ำลาย และหมอฟันเด็กจะทำการใช้ฟลูออไรด์ชนิดที่มีความเข้มข้นสูงมาเคลือบไว้บนผิวฟัน ช่วยเสริมความแข็งแรงให้กับฟัน และยังมีประสิทธิภาพในการป้องกันฟันผุ ดังนั้นผู้ปกครองจึงควรพาเด็กเข้ารับการเคลือบฟลูออไรด์อย่างสม่ำเสมอ
  • เคลือบหลุมร่องฟันป้องกันฟันผุ : การเคลือบหลุมร่องฟัน เป็นการนำวัสดุเรซินที่มีสีขาวมาเคลือบบริเวณหลุมและร่องลึกของฟันกราม โดยมากมักเคลือบที่บริเวณฟันกรามด้านใน หรือบริเวณที่ทำความสะอาดได้ยาก เนื่องจากเด็กๆอาจยังทำความสะอาดฟันได้ไม่มากพอ การเคลือบหลุมร่องฟันก็จะช่วยทำให้แปรงฟันง่ายขึ้น และยังป้องกันไม่ให้เศษอาหารและขนมเข้าไปติดตามร่องฟันลึกๆ โดยสามารถทำได้ทั้งฟันกรามน้ำนม และฟันกรามแท้
  • การครอบฟันในเด็ก : การบูรณะฟันน้ำนมที่ผุใหญ่มากจนไม่สามารถรักษาด้วยการอุดฟันน้ำนมได้ ต้องการให้ฟันน้ำนมกลับมาใช้งานได้ปกติ ซึ่งจะอยู่ติดกับฟันซี่นั้นไปจนกว่าฟันแท้จะขึ้นและหลุดไปพร้อมกับฟันน้ำนม ทั้งนี้การครอบฟันยังช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับฟันที่รักษารากฟันมา อีกทั้งยังป้องกันไม่ให้บริเวณอื่นๆของฟันซี่นั้นผุได้อีกด้วย ครอบฟันสามารถทำได้ทั้งฟันหน้า และฟันหลัง
  • เครื่องมือกันฟันล้ม : เป็นเครื่องมือที่ใช้รักษาระยะห่างระหว่างฟันเอาไว้ไม่ให้ลดลง เพื่อเป็นการกันที่ให้ฟันแท้ขึ้นได้ตามธรรมชาติ และอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม ป้องกันปัญหาฟันเกหรือฟันขึ้นผิดที่ได้ เป็นเครื่องมือติดแน่น เด็กๆใส่แล้วไม่มีอาการเจ็บปวด และจะถอดออกเมื่อมีฟันแท้ขึ้นมาในช่องปาก
  

 เตรียมตัวลูกมาพบหมอฟันเด็กอย่างไรดี     การพาลูกไปพบหมอฟันเด็กเป็นประจำนั้นสำคัญมาก เพราะจะช่วยให้เด็กมีสุขภาพช่องปากที่ดี ป้องกันปัญหาฟันผุและโรคช่องปากอื่นๆ ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพ แต่สำหรับเด็กหลายคน การไปพบหมอฟันอาจเป็นเรื่องที่น่ากลัว ดังนั้น การเตรียมตัวลูกก่อนไปพบหมอฟันจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อช่วยให้เด็กรู้สึกผ่อนคลายและไม่กลัวการทำฟันมีหลายวิธีที่คุณ

สามารถเตรียมตัวลูกก่อนไปพบหมอฟันเด็ก ดังนี้

1.พูดคุยกับลูกเกี่ยวกับการไปพบหมอฟัน : อธิบายให้ลูกฟังว่าการไปพบหมอฟันนั้นสำคัญอย่างไร หมอฟันจะทำอะไรบ้าง และจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ใช้ภาษาที่เรียบง่าย เข้าใจง่าย และไม่น่ากลัว หลีกเลี่ยงการใช้คำพูดที่อาจทำให้ลูกกลัว เช่น "ฉีดยา" "เจ็บ" "น่ากลัว"

2.อ่านหนังสือนิทานเกี่ยวกับการไปพบหมอฟัน : มีหนังสือนิทานหลายเล่มที่สอนเกี่ยวกับการไปพบหมอฟัน การอ่านหนังสือนิทานเหล่านี้จะช่วยให้ลูกคุ้นเคยกับบรรยากาศในคลินิกทันตกรรม และเข้าใจว่าการทำฟันนั้นไม่น่ากลัวอย่างที่คิด

 

3.เล่นบทบาทสมมติ : เล่นบทบาทสมมติกับลูก โดยคุณรับบทเป็นหมอฟัน และลูกเป็นคนไข้ การเล่นบทบาทสมมติจะช่วยให้ลูกคุ้นเคยกับอุปกรณ์และขั้นตอนการรักษาฟัน

4.พาไปชมคลินิกทันตกรรมล่วงหน้า : หากเป็นไปได้ พาลูกไปชมคลินิกทันตกรรมล่วงหน้า เพื่อให้ลูกคุ้นเคยกับสถานที่ และไม่รู้สึกกลัวเมื่อถึงเวลาทำฟันจริง

5.เลือกเวลาที่ลูกอารมณ์ดี : ควรเลือกพาลูกไปพบหมอฟันในช่วงเวลาที่ลูกอารมณ์ดี ไม่ง่วง ไม่หิว และไม่ป่วย เพราะจะช่วยให้ลูกมีความร่วมมือในการรักษาฟันมากขึ้น

6.เตรียมสิ่งของจำเป็น : เตรียมสิ่งของจำเป็นสำหรับลูกไปด้วย เช่น แปรงสีฟัน ยาสีฟัน ผ้าเช็ดหน้า และของเล่นชิ้นโปรด เพื่อช่วยให้ลูกผ่อนคลาย

7.ให้กำลังใจลูก : บอกลูกว่าคุณรักลูก และอยู่ตรงนี้เพื่อลูกเสมอ การให้กำลังใจจะช่วยให้ลูกรู้สึกมั่นใจ และกล้าเผชิญกับการทำฟัน

8.ชมเชยลูกหลังการทำฟัน : เมื่อเสร็จสิ้นการทำฟัน อย่าลืมชมเชยลูกที่ brave และอดทน การชมเชยจะช่วยให้ลูกมีความรู้สึกเชิงบวกต่อการไปพบหมอฟัน

               นอกจากนี้ สิ่งสำคัญคือคุณพ่อคุณแม่ควรมีสุขภาพช่องปากที่ดี และแปรงฟันให้ลูกดูเป็นตัวอย่าง เพื่อปลูกฝังให้ลูกมีนิสัยการแปรงฟันที่ดี และดูแลสุขภาพช่องปากตั้งแต่เด็ก การพาเด็กไปพบทันตแพทย์เด็กเป็นประจำ และเตรียมตัวลูกอย่างเหมาะสม จะช่วยให้เด็กมีสุขภาพช่องปากที่ดี ป้องกันปัญหาฟันผุและโรคช่องปากอื่นๆ ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพโดยรวมและคุณภาพชีวิตของเด็กในระยะยาวและไม่กลัวการไปพบหมอฟัน

 

ดูราคา < ทันตกรรมสำหรับเด็ก >ได้ ...ที่นี่

ราคาทันตกรรมสำหรับเด็ก

 

 

 

 

หากเด็กๆเคยมีประสบการณ์ไม่ดีในการทำฟันมาก่อน ทำอย่างไรดี

               เข้าใจค่ะว่าเด็กๆ ที่เคยมีประสบการณ์ไม่ดีในการทำฟันมาก่อน อาจมีความรู้สึกกลัว วิตกกังวล และไม่อยากไปพบหมอฟันอีก ซึ่งอาจส่งผลต่อสุขภาพช่องปากของเด็กในระยะยาว ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ควรช่วยให้เด็กๆ เผชิญกับความกลัว และกลับมามีทัศนคติที่ดีต่อการไปพบหมอฟันอีกครั้ง

 

มีหลายวิธีที่คุณพ่อคุณแม่สามารถช่วยเด็กๆ เผชิญกับความกลัวการทำฟัน ดังนี้ :

 

 
 1.พูดคุยกับลูก : สละเวลาพูดคุยกับลูกอย่างใจเย็น รับฟังความรู้สึกของลูก และพยายามหาสาเหตุว่าอะไรทำให้ลูกรู้สึกกลัว หลีกเลี่ยงการตำหนิหรือบังคับลูก เพราะจะยิ่งทำให้ลูกรู้สึกแย่ลง

2.อธิบายให้ลูกเข้าใจ : อธิบายให้ลูกเข้าใจว่าการไปพบหมอฟันนั้นสำคัญอย่างไร หมอฟันจะทำอะไรบ้าง และจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ใช้ภาษาที่เรียบง่าย เข้าใจง่าย และไม่น่ากลัว เน้นย้ำว่าหมอฟันจะช่วยให้ลูกมีสุขภาพช่องปากที่ดี และป้องกันปัญหาฟันผุ

3.เล่าประสบการณ์ที่ดีของคุณ : เล่าประสบการณ์ที่ดีของคุณตอนไปพบหมอฟันให้ลูกฟัง ว่าหมอฟันใจดี น่ารัก และทำให้คุณรู้สึกสบายใจอย่างไร การเล่าประสบการณ์ที่ดีจะช่วยให้ลูกรู้สึกผ่อนคลาย และกล้าไปพบหมอฟันมากขึ้น

4.หาหนังสือนิทานหรือสื่อการสอนเกี่ยวกับการไปพบหมอฟัน : มีหนังสือนิทานและสื่อการสอนมากมายที่สอนเกี่ยวกับการไปพบหมอฟัน การอ่านหนังสือนิทานเหล่านี้จะช่วยให้ลูกคุ้นเคยกับบรรยากาศในคลินิกทันตกรรม และเข้าใจว่าการทำฟันนั้นไม่น่ากลัวอย่างที่คิด

    

 5.พาลูกไปพบหมอฟันเด็ก : หมอฟันเด็กมีทักษะและประสบการณ์ในการรักษาเด็ก พวกเขาจะสามารถสื่อสารกับเด็กได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย เพื่อช่วยให้เด็กรู้สึกสบายใจและไม่กลัวการทำฟัน

     6.ค่อยๆ เริ่มต้น : หากลูกกลัวมาก คุณอาจเริ่มพาลูกไปพบหมอฟันเพื่อตรวจสุขภาพช่องปากก่อน โดยไม่ต้องทำการรักษาใดๆ เมื่อลูกคุ้นเคยกับหมอฟันและบรรยากาศในคลินิกมากขึ้น ค่อยๆ เริ่มทำการรักษาที่ง่ายๆ ก่อน

     7.ให้รางวัลลูก : เมื่อลูกกล้าไปพบหมอฟัน หรือยอมให้หมอฟันรักษา ให้รางวัลลูกเพื่อเป็นการกระตุ้น การให้รางวัลจะช่วยให้ลูกรู้สึกดี และกล้าไปพบหมอฟันมากขึ้น

     8.อดทนและใจเย็น : สิ่งสำคัญที่สุดคือคุณพ่อคุณแม่ควรอดทนและใจเย็นกับลูก เพราะการเอาชนะความกลัวนั้นต้องใช้เวลา อย่ากดดันหรือบังคับลูก แต่ควรค่อยๆ สนับสนุนและให้กำลังใจลูก

 

    ทางศูนย์ฯของเรามีสถานที่ของเล่นสำหรับเด็ก : พื่อให้เด็กๆ ได้เล่น ทำให้เด็กๆได้ผ่อนคลาย และคลายกังวล ความกลัวก่อนการพบคุณหมอ หรือ หลังจากพบคุณหมอแล้ว ก็ยังสามารถมาเล่นได้ เพื่อช่วยให้ผ่อนคลาย หลังจากพบคุณหรือหลังจากรับการรักษา
 

 

 

  

     การให้คำชมเชย และรางวัล : สิ่งที่สำคัญไม่แพ้ความเชี่ยวชาญในการทำฟันเด็กของหมอฟันเด็ก คือการเตรียมของรางวัลให้หลากหลาย และถูกใจเด็กๆ เช่นลูกโป่ง สติกเกอร์  เป็นต้น เพื่อให้เด็กๆกลับบ้านไปพร้อมกับรอยยิ้ม

31 ตุลาคม 2567

ผู้ชม 209 ครั้ง

Engine by shopup.com